เต่าออกไข่แล้ววว!!!

posted on 18 Sep 2009 13:01 by malessamm  in Ammy-Diary

ดีใจมาก มากๆๆๆถึงมากที่สุดอ่ะ ที่จริงเหตุการณืนี้มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 15 ที่เพิ่งผ่านมานี้เองแหละค่ะ

 คือต้องเท้าความก่อนนิดนึง เพราะแอมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ลงในบล็อคนี้มาก่อนเลย คือบ้านแอมเลี้ยงเต่าอยู่จำนวนหนึ่งค่ะ เลี้ยงมานานหลายปีแล้วหล่ะค่ะ จำนวนก็ไม่เยอะเท่าไหร่หรอก ก็แค่ 30 ตัวเท่านั้เอง!! O_o

ก็ประกอบด้วยเต่าหลายพันธุ์อยู่เหมือนกันค่ะ ทั้งเต่าญี่ปุ่น เต่าหับ เต่าเพ็ก(หรือเต่าเหลืองน่ะค่ะ) เต่าบัวและเต่าดำค่ะ คือเลี้ยงมานานแล้ว บางตัวแอมก็ซื้อมาเลี้ยงเองตั้งแต่ตัวมันยังขนาดเท่าเหรียญสิบน่ะค่ะ ปัจจุบันก็ตัวเท่าหมวกกันน็อกกันไปแล้ว 555 ^^

 อีกหลายๆตัวก็ได้มาจากชาวบ้านที่เขาจับมันไปขังไว้ในโอ่งเพื่อที่จะเอาไปต้มยำน่ะค่ะ ก็ไปขอซื้อเค้ามาหลายตัวเหมือนกัน ไปวัดบางจังหวัด แม่ค้าก็เอาเต่ามาขายให้คนเอาไปปล่อย ทั้งๆที่น้ำแถวนั้นมันเป็นน้ำเค็ม!!! แอมก็เลยไปซื้อๆมาค่ะ ซื้อไปซื้อมามันก็เยอะอย่างนี้แหละ เหอะเหอะเหอะ ^^"

 

 

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วนี่แหละค่ะ แม่ของแอมไปขุดดินจะปลูกต้นไม้ พอขุดลงไปไได้ไม่ลึกเท่าไหร่ แม่ก็พบกับ......ไข่เต่า!!!!  ไม่ใช่แค่ฟองเดียว แต่มีถึง 3 ฟอง!!!

 

โอ้! มันน่ารักมากเลยค่ะ แบบว่าไข่เต่าสีขาวนวลๆยาวเป็นทรงรีๆ ที่จริงก่อนหน้ามันเคยออกไข่มาแล้วหล่ะค่ะ แล้วมันบังเอิญแตกไป (สาเหตุที่แตกก็เพราะเต่าตัวอื่นไปเดินเหยียบเข้าน่ะสิคะ!) 

แต่ก็มีอีกครั้งนึงเมื่อ 3 เดือนที่แล้วก็มีลูกเต่าฟักออกมาตัวนึงค่ะ แต่ไม่มีครั้งไหนจะตื่นเต้นเท่ากับวันนี้อีกแล้วววววว ^o^

 

 พอแอมกับแม่เห็นไข่เต่า ก็รีบหากระบะดินมาฝังไข่ เอาดินกลบไว้เป็นกองภูเขาดินเล็กๆ 3 กอง แล้วเอาตะแกรงคลุมไว้ กันหนู กันแมวลงไปกินค่ะ

 

และแล้ววว....วันนี้ก็มาถึง....

แอมกำลังนั่งอ่านเตรียมสอบแลปอยู่ค่ะ ตอนที่แม่เดินมาเรียกให้แอมไปดูอะไรที่มันผิดปกติในกระบะไข่เต่า

ดินที่กลบไข่เอาไว้เป็นรูปภูเขาน่ะค่ะ มันแบนลงไปจนราบเรียบเลย! 

แอมก็แม่ก็งงอ่ะสิ    มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย อยู่ๆดินก็ยุบหายลงไปเอง

 

ว่าแล้วแอมกะแม่ก็มองหน้ากัน แล้วเริ่มขุดๆๆลงไปอย่างนุ่มนวลที่สุด แล้วเราก็เจอกับไข่เต่าที่แตกเป็นชิ้นๆใต้กองดินนั้น แล้ว....ลูกเต่าล่ะ???

 แอมก็เริ่มขุดไปในบริเวณรอบๆไข่เต่าที่แตกนั้น และเราก็พบกับ..ลูกเต่า!!!

 

ลูกเต่าน้อยยยย!!! ตัวเลอะดินดำปี๋นอนตาแป๋วอยู่ข้างๆไข่ของมันค่ะ!!

 

แอมกับแม่กรี๊ดกันลั่นบ้าน ( เอ๊ะ หรือแอมกรี๊ดคนเดียวกันแน่นะ 55  ) รีบเอาเต่าน้องไปล้างดินออก แล้วเอามันไปแช่ในน้ำสะอาด

 

ว้าวววววว มันน่ารักมากอ่าาาาาาาาาา......!!!!!!!

เต่าน้อยตัวใหญ่กว่าเหรียญสิบนิดเดียวเอง ลอยคอตุ๊บป่องๆอยู่ในกะละมัง แล้วยังชูคอ ทำตาแป๋วใส่แอมกะแม่ด้วยอ่ะ

น่ารักเว่อร์ !!!!

 

และแล้วเรื่องเต่าออกไข่ก็จบลงด้วยประการฉะนี้ บ้านแอมก็ได้เต่ามาเพิ่งอีกตัวจนกลายเป็น 31 ตัวค่ะ

ดีใจอ่า เอาไว้ต้องไปเขียนเป็นความสามารถพิเศษในแฟ้มสะสมผลงานละ ว่า หนูสามารถฟักไข่เต่าได้ค่ะ!!! 555

 

ปล 1. หวังว่าเต่าน้องอีกสองตัวจะรีบๆฟักออกมาเร็วๆนี้นะ มัวแต่นอนอู้อยู่ในไข่ล่ะสิ 555

 

ปล 2.ช่วงนี้ช่วงสอบ ไว้แอมจะเอารูปมาลงเพิ่มให้ดูหลังสอบนะคะ อดใจรอนิดนึงน้าาา

 

เครียดิงจัง!

เมื่อวานซืนไปสอบแลปOrg Chem ออกมาจากห้องแลปด้วยความรู้สึกวิงเวียนจากไอระเหยของ Hexane และ parafin ใน Oil bath อย่างแรง แถมยังหาผลึกได้กระจุ๊ดนึง ซึ่งแตกต่างจากชาวบ้านที่ตกผลึกกันฟูฟ่องซะขนาดนั้น

วันนี้ไปสอบQuiz แลปAnal มา ก็หวังว่าจะได้คะแนนดีซักครั้งนึง หลังจากที่คะแนนของทุกสัปดาห์เป็นรูปกราฟพาราโบลาคว่ำอย่างสมดุลสวยงาม โดยมีจุดต่ำสุดเป็น 6.5 คะแนนเต็ม 10 และมีจุดสูงสุดของกราฟเป็น9.75คะแนนเต็มสิบ - -"

 

สัปดาห์หน้ามีสอบติดกันสามวันรวด!

วันจันทร์ 16.00-18.00น. สอบLab Anal ChemI อัตนัยล้วนๆ

วันอังคาร 17.00-19.00น. สอบ Final Buddhist Teaching (ใครอยากได้แนวข้อสอบทั้งตอนmidterm และfinalก็ถามมาได้เลยนะ^^)

วันพุธ 15.00-17.00น. สอบLab Intro Comp ดุเด็ดเผ็ดมันครับพี่น้อง กระผมไม่เข้าใจภาษาซีแม้แต่น้อยเล้ยยย......

 

ส่วนสัปดาห์ต่อไปก็.....แหะแหะ Final Exam ของจริงครับพี่น้องครับ!!!!!!!!

ถามว่าเหนื่อยมั้ย  ก็จะตอบว่าเหนืื่อยมากกกกกกก....กับการที่ต้องเดินทางไกลมาเรียนแปดโมงเช้าทุกๆวันและถึงบ้านสามทุ่มเกือบทุกวัน แต่ก็จะอดทนเพื่ออนาคตของตัวแอมเอง

ถามว่าท้อมั้ย ก็จะตอบว่าเคยท้อมากกกกกก....กับการที่ต้องเรียนในภาคที่มีแต่คนเก่งๆ เทพๆ คะแนนสูงๆเค้าเรียนกัน แต่ก็ไม่มีวันถอยแน่นอน  ยังไงก็ต้องสู้ต่อไป ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องสู้ต่อไป

 

(เชื่อมั้ยว่า ณ ขณะที่กำลังพิมพ์อยู่ตอนนี้ รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ ช่วงเดือนนี้เป็นอะไรที่สุดๆมากอ่ะ ทั้งการบ้าน ทั้งแลปเคมี ทั้งแลปคอม ทั้งเลคเชอร์ ทั้งการเดินทางจากบ้านมาเรียน ทั้งเรื่องสอบ หลายอย่างมันประดังกันเข้ามาจริงๆ)

 

แต่ยังไงก็.....สู้โว้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

สู้โว้ย
เกียรตินิยมวรรณศิลป์ 2552
 เอาโครงการดีมาฝากค่ะ ใครสนใจ ก็รีบๆส่งกันมานะคะ^0^

เป็นวันแห่งความมึน และวุ่นวายอีกหนึ่งวันเลยทีเดียว

 

หลังจากเลิกแลปเคมีวิเคราะห์อันเป็นที่รัก (รักม๊ากกกก.... มากจนตกมีนเล้ย...-*-) ในเวลา 6 โมงเย็น ( ยืนทำแลป 5 ชั่วโมงอ่า!!!) และผจญกับรถติดครั้งยิ่งใหญ่ จนถึงบ้านในเวลา 2 ทุ่ม (หลับไปร้อยตลบได้ แทบจะนั่งเลยป้ายอยู่แล้ววววววว...)

กลับมาถึงบ้านก็เริ่มรื้อเอกสารทุกอย่างออกมาจากกระเป๋า (ซึ่งมันก็ยับยู่ยี่มากเกินพออยู่แล้ว เพราะเมื่อเช้าลืมเอาแฟ้มเอกสารไป - -" )

แต่ก็พบว่า!!!! เอกสารทุกอย่างเปียกหมด เอกสารอันมีค่ายิ่งชีวิตเหล่านั้น อันประกอบด้วยหนังสือ Anal Lab , Report ของ Anal Lab ,  Report ของ Intro comp Lab และกระดาษกราฟ Titration curve 1 แผ่น ซึ่งใช้เวลาในการนั่งทำประมาณ 4 ชั่วโมง!!! ของทุกอย่างจะต้องส่งอาจารย์พรุ่งนี้ และตอนนี้มันเปียก! ยุ่ย! และเริ่มเปื่อยต่อหน้าต่อตาเรา!

 

"มันเปียกอะไร(ฟะ)?" เราแอบนึกโมโหอยู่ในใจ -*-

ฝนก็หยุดตกไปแล้ว น้ำอะไรก็ไม่ได้พกติดตัวซักขวด งงจิงจัง!!!

หลังจากคุ้ยในกระเป๋าโดเรมอนอันสุดรก+ลึกลับน่าพิศวงซักพักก็เจอเจ้าวายร้ายผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้!!!

 มันคือ กล่องนมถั่วเหลืองตราไวตามิล 1 กล่องซึ่งดูไม่มีพิษมีภัย ( ซึ่งแอมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านั่งกินระหว่างรอรถแล้วเผลอยัดมันลงกระเป๋าโดยไม่รฦตัว ทั้งๆที่ควรจะโยนมันลงถังขยะข้างทางซะมากกว่า )

 

โอ้แม่เจ้า!!! ไวตามิลทำพิษ!!!

 

ไดอารี่วันนี้จึงลงเอยด้วยการที่แอมต้องตากเอกสาร (ที่จะต้องส่งอาจารย์พรุ่งนี้) หน้าพัดลม ผิวหน้าของเอกสารดูเปื่อยรุ่ยอย่างเห็นได้ชัด (สันนิษฐานว่าหลังจากที่มันเปียกชุ่มไปด้วยนมที่อุดมไปด้วยโปรตีนจากถั่วเหลืองแล้ว มันคงถูกเสียดสี กระทบกระแทกอย่างรุนแรงภายในกระเป๋าอีกด้วย) ถ้าเอามือสัมผัสดูจะรับรู้ได้ถึงความหยาบของขุยกระดาษที่เริ่มร่อนออกมา ไม่ต้องพูดถึงหมึกปากกาที่ซึมเป็นดวงๆดูติสส์ได้ใจมากๆ ( ฮือๆๆ T^T ) และรอยดินสอที่สีจางลงแถมยังใช้ยางลบลบไม่ออกแล้วด้วย ( Assumeว่า สารเคมีภายในนมถั่วเหลืองคงไปทำปฎิกิริยากับแกรไฟร์จากดินสอจนทำให้รอยดินสอบางส่วนถูกชะล้างไป และทำให้ดินสอบางส่วนฝังแน่นลงไปในเนื้อกระดาษ - -" )

ไดอารี่วันนี้สอนให้รู้ว่า......

 ดื่มนมมีประโยชน์ต่อร่างกาย.... แต่อย่าลืมทิ้งลงถังขยะ ไม่ควรทิ้งลงกระเป๋า แล้วหิ้วกลับบ้านเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกระเป๋าที่เต็มไปด้วย Report Lab... ควรระวังเป็นอย่างยิ่ง! โปรดอ่านฟังอีกครั้งคับพี่น้องงง!!!

The Memory of Lampang Camp 2009

posted on 25 May 2009 14:06 by malessamm  in Ammy-Diary

                  ว่าด้วยเรื่องค่ายลำปางอันสุดแสนประทับใจ ( ปลื้มได้อีกอ่า สำหรับค่ายนี้ )

 

เมื่อไหร่....24-26 เมษายน 2552

ที่ไหน... จากกรุงเทพไปถึงลำปาง อย่างทรหดด้วยระยะเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง

อย่างไร ...นั่งรถทัวร์สองชั้น ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจตลอดเวลาว่า จะเราถึงลำปางมั้ย รถจะคว่ำมั้ย และข้อกังวลอีกกมากมาย  555

ทำไม....ไปเรียนรู้การใช้ชีวิตและจัดการบริหารชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ ( สรุปคือไปเที่ยวค่ะ 555 ) เป็นส่วนหนึ่งในวิชา Human Relation ค่ะ

 

Lampang Camp

 

 

Chapter 1 : การเตรียมงาน และความทุ่มเท

ในค่ายครั้งนี้ แอมได้ทำงานฝ่ายรปภ.ค่ะ ไม่มีใครเชื่ออ่ะ ว่าแอมนี่น่ะหรือคือรปภ. ตัวเล็กๆผอมๆอย่างนี้อ่ะนะ จะเป็นรปภ.!!! มันจะเป็นไปได้หรอ???

 

 

แต่มันก็เป็นไปแล้วหล่ะค่ะ มารู้ตัวอีกที แอมก็กลายเป็น เลขานุการฝ่ายรปภ. ไปซะแล้ว แต่ด้วยจิตใต้สำนักที่เราเคยคิด (เอาเอง) ว่า รปภ.นี่เป็นงานสบาย มีหน้าที่อยู่สามอย่าง คือ นั่งยาม นอนยาม และหลับยาม ดังนั้น งานนี้สบายมาก!!! 555

 แต่กว่าจะรู้ความจริง มันก็สายไปเสียแล้วค่ะ เพราะงานเยอะได้ใจจริงๆ ฝ่ายรปภ.รวมทั้งฝ่ายอื่นๆ อันประกอบไปด้วย ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายประสานงาน และฝ่ายกิจกรรม ก็ต้องมีงานท่วมจนล้นทะลัก ไม่ว่าจะงานที่ต้องทำ ต้องวางแผนจัดการ การประชุมที่นัดกันถี่มากจนแต่ละคนก็เหนื่อยกันไปตามๆกัน  

ปัญหาอย่างหนึ่งที่น่ากังวลคือ ทุกคนในกลุ่มล้วนถูกสุ่มรายชื่อมารวมกัน ดังนั้น ทุกคนถือว่าเป็นคนแปลกหน้าแปลกตา มาจากต่างคณะ ต่างชั้นปี แล้วอย่างงี้เราจะทำงานกันได้ยังไงล่ะเนี่ย ขนาดชื่อยังจำไม่ได้เลย เฮ้ออออ.....

 

 

แต่คุณเชื่อมั้ยคะ!!! หลังจากผ่านการประชุม การทำงานร่วมกันแค่ไม่นานประมาณไม่ถึงหนึ่งเดือนด้วยซ้ำ แต่มาในวันนี้ทุกคนในกลุ่มกลับเฮฮาปาร์ตี้กันอย่างกับรู้จักกันมานานแล้ว ซะงั้นไป

 

 

 

 

 

Chapter 2 : เริ่มออกเดินทาง

18.00น. เนื่องจากฝ่ายรปภ.ทุกคนฟิตกันมาก จึงมายืนรอเช็คชื่อด้วยความกระตือรือร้น หน้าชมรมยิงปืน

 

19.30 น. ผ่านไปหนึ่งชม.เต็มๆ เพื่อนๆในค่ายเพิ่งจะเริ่มทยอยเดินกันมา ส่วนรปภ.นั่งตากยุงจนตัวลายไปแล้ว 555

 

21.00 น. ด้วยความทุลักทุเล และวุ่นวายจนสุดประมาณ ในที่สุดล้อก็หมุนเสียที ( เฮ้ออออ รปภ.หมดแรง)

 

23.00 น. แวะปั๊มน้ำมันครั้งที่ 1 ทุกคนกระตือรือร้นในการลงไปเข้าห้องน้ำ รปภ.เดินนับจำนวนสมาชิกอย่างสับสน วุ่นวาย

 

01.00 น. แวะปั๊มน้ำมันครั้งที่ 2 เพื่อนๆหลับกันเป็นส่วนใหญ่ รปภ.เริ่มหลับไปบ้างแล้วเป็นบางคน  ด้วยความที่กลัวจะมีคนตกหล่น รปภ.จึงเช็คจำนวนสมาชิกคนอื่นๆในรถอย่างพิถีพิถัน แต่ดันลืมไปว่า มีรปภ.คนนึงอยู่นอกรถ และวิ่งไล่ตามรถทัวร์แทบไม่ทัน!!!

 

03.00 น. แวะปั๊มน้ำมันครั้งที่ 3 เพื่อนๆสลบไปทั้งคันรถ ในขณะที่รปภ.ต้องตื่นขึ้นมาเช็คจำนวนคนว่าครบรึป่าว ( ฟิตได้อีกอ่ะ )

 

05.00 น. ถึงวัดเจดีย์ซาว จ.ลำปาง ทุกคนตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นแจ่มใส ส่วนรปภ.สลบเหมือดกันไปหมดแล้ว คร่อก...ZZZ

 

 

 

 

และแล้วก็เริ่มออกเดินทางๆๆๆ นั่งรถๆๆๆ เที่ยวๆๆๆ กินๆๆๆๆๆ ดื่มๆๆๆๆๆ ซื้อของๆๆๆๆๆ อย่างสนุกสนานเมามันส์ท่ามอากาศอันร้อนได้ใจแห่งนครลำปาง ( แม่เจ้า!!! ใครว่าลำปางหนาวมากฟะ! )

 

23.00 น. รปภ.เริ่มกวาดต้อน ขอร้อง ผสมกับขับไล่เพื่อนๆให้เข้าไปนอนในห้องแต่โดยดี ( มิฉะนั้นรปภ.จะโดนอาจารย์หักคะแนน 555 )

 

23.05 น. การเฝ้ายามตอนกลางคนก็เริ่มขึ้น

 

24.00 น. คนที่มีแฟนก็นั่งคุยโทรศัพท์ไป คนหัวใจยังว่างอย่างเราก็นั่งฟังเพลงไปเพลินๆ

 

24.30 น. ฝนตกแรงมากถึงมากที่สุด เสียงดังโครมคราม แต่ไม่น่าเชื่อว่าไม่มีใครตื่นเพราะเสียงดังขนาดนี้เลย (ก็เหนื่อยมาทั้งวันนี่นา)

 

01.00 น. เริ่มรับรู้ว่าความหนาวมันเป็นยังไง( เป็นครั้งแรกที่รู้สึกหนาวในลำปาง นอกเหนือจากแอร์เย็นฉ่ำบนรถทัวร์ )

 

02.00 น. รปภ.บางส่วนเริ่มสิ้นชีพ บางส่วนเริ่มเหม่อลอย และบางคนเพ้อถึงที่นอนอุ่นๆไปซะแล้ว

 

03.00 น. ได้เวลาปลดแอก!!! รปภ.กะแรกเข้าไปนอนพัก และหลับตั้งแต่หัวยังไม่ถึงหมอน (แค่เอนตัวจะนอนก็หลับคาที่ละ)

 

05.00 น. ถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์อันแสนสบาย เฮ้อ.....ง่วง......

 

 

ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมกันต่อ ท่านอาจารย์วิทยากรชมว่าพวกเราหน้าตาดูสดชื่นกันดี ( ทั้งๆที่จริงในเวลา 2 วัน 2 คืน เราได้นอนรวมกันไม่ถึง 4 ชม. ) ร่วมทำกิจกรรมอย่างมึนๆง่วงๆ แต่ก็รู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

11.30 น. เริ่มเดินทางกลับกรุงเทพ แม้ว่าจะง่วงแทบขาดใจ แต่น่าแปลกมากที่นอนไม่หลับเลย (สงสัยแสงแดดจะแยงตา)

 

21.00 น. กลับสู่อ้อมกอดของกรุงเทพอย่างปลอดภัย น้ำตาซึมเมื่อมองเห็นรั้วจุฬาฯ ( T^Tง่วงเหลือเกิน กระซิกๆ ฮือๆ )

 

 

 

                        แม้ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อยกับค่ายครั้งนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็รับรู้ได้ถึงความทุ่มเทและตั้งใจของทุกคน ขอบคุณฟ้าที่ส่งเราให้มาพบกัน ขอบคุณนิสิตทุกคนที่พร้อมใจกันลงเรียนวิชานี้ โดยมิได้นัดหมาย ขอบคุณอาจารย์ที่จัดทริปที่แสนจะลำบากแต่ก็เต็มไปด้วยความประทับใจ และสอนให้เราได้เรียนรู้ในหลายๆสิ่ง  ขอบคุณความลำบากที่สอนให้พวกเราอดทน ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ค่ายในครั้งนี้เป็นค่ายที่น่าจดจำที่สุด ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆที่มาเป็นรปภ.ด้วยกัน ขอบคุณทุกความทรงจำที่ฝังลึกและติดตรึงในดวงใจ ขอบคุณทุกความรัก ความห่วงใย ความเอื้ออาทร ที่หล่อหลอมให้พวกเรา...เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

 

 

 

จะจดจำ... ตลอดไป.... ไม่ลืมเลือน.... Human Relation Trip@Lampang ……

 

 

ตอนต่อไปจะเอาภาพแห่งความทุ่มเทกับการทำตัวเป็นพนักงานเก็บขยะ ณ จ.สมุทรสงครามมาให้ชมกันนะคะ

 

ต่อให้ไม่มีใครเข้ามาดู blog เราแม้แต่คนเดียว........  แต่เราก็จะมุ่งมั่นในการเขียน blog (ด้วยความสะใจส่วนตัว)ต่อไปค่ะ 5555++

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใครเลือกข้อไหน ก็เม้นๆๆกันไว้ได้นะคะ จะได้เป็นการโหวตไปในตัว ว่าตัวเลือกข้อไหนจะเป็นที่นิยมมากที่สุด ^^ 

 

แต่ถ้าคุณคิดว่า  เฮ้ย!ไม่เห็นมันโดนใจเราเลยซักข้อ โอ้ว จอร์ช! มันไม่ใช่อ่ะ! มันไม่ใช่ตัวเราเลยอ่ะ!” (ประมาณนั้น....)  ถ้าใครมีไอเดียบรรเจิด คิดอะไรที่นอกเหนือจากนี้ก็แสดงไอเดียกันตามสบายเลยนะคะ 

 

แต่ไม่ว่าตัวเลือกไหนจะตรงใจ (หรือแทงใจดำ) คุณที่สุด ก็อย่า(พยายาม) เอาสิ่งเหล่านี้ไปทำในชีวิตประจำวันเลยนะคะ เพราะมันคงไม่ทำให้ผลการเรียนของใครดีขึ้นหรอกนะคะ 555 

 

ใครที่แวะผ่านมาหรือหลงทางเข้ามายังบล็อกนี้แล้ว ก็ช่วยๆกันเม้นด้วยนะคะ แบบว่า...เจ้าของบล็อกเหงามาก ไม่มีใครคุยกะเราเลย ฮือๆๆๆๆๆๆ บล็อคจะร้างแล้วอ่ะ 

 

แล้วเจอกันใหม่ในตอนหน้าเมื่อชาติต้องการนะคะ

 

Ammy TGO&PAD

RST24

Chula75

 

เรียนGenedช่วงปิดเทอม

posted on 02 Apr 2009 15:47 by malessamm  in Ammy-Diary

เปิดเทอมมาได้2-3วันแล้ว ที่จริงจะเรียกว่าเปิดเทอมก็คงไม่ถูกนัก ต้องเรียกว่าเปิดเทอมเล็กๆชิวๆกลางฤดูร้อนจะเหมาะกว่า

 ไปเรียนมาได้หลายวันละ เดินทางเหนื่อยมาก เเต่ก็เป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกว่า การเรียนgened นี่มันชิลอย่างนี้นี่เอง

ปกติเรียนแต่ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ แคลคูลัสอันหนักหน่วง มางานนี้ได้เรียนอะไรสบายๆอย่าง Human Realation และ National Resource ก็ไม่เลวเลยทีเดียว 555+

ช่วงปิดเทอมนี่รู้สึกงานเข้าตลอดจริงๆ หลายงานที่เราดองมันเอาไว้ตั้งแต่ม.ปลาย ตอนนี้ก็ได้ฤกษ์สะสางขนานใหญ่ ถ้าจะเปรียบให้ชัดๆก็คล้ายๆ ล้างป่าช้า อะไรประมาณนั้นเลย 555+ (เปรียบเทียบได้......)

งานที่ว่านั้นก็ประกอบด้วย

1. บทความข้อสอบวิชาเฉพาะแพทย์ ตอนนี้เพิ่มชื่อเรื่องยาวเป็นกิโลจนคนแต่งก็จำไม่ได้ 555+ ช่วงแอดมิดชันที่ผ่านมา คนเข้ามาอ่านจนกล่องcommentแทบระเบิด ซึ่งเรายังมิได้สะสาง 555+ ตอนต่อไปนำเสนอเรื่องการสอบสัมภาษณ์ (โดนน้องๆเร่งว่าให้รีบๆแต่ง พี่ก็จะจัดให้ค่ะน้อง ใจเย็นๆนะคะ) แต่ก็ดีใจที่เรตติ้งดีกว่าที่คาดไว้มากๆ เคยขึ้นเป็น Hilight ของเว็ป Dek-D อยู่ช่วงนึง แต่เสียดายมากที่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นเกียรติประวัติเลย ฮือๆๆ

2. การ์ตูนร้ายสาระ เริ่มวาดช่วงวันอ่านหนังสือสอบ (หนังสือไม่อ่าน นั่งวาดรูปเล่น) ถึงปัจจุบัน ยังไม่จบ!!!

3. http://my.dek-d.com/diary_amm โอ้แม้เจ้า ดองมานาน อัพเป็นเวอร์ชัน  2 แล้วนะ เย้ๆๆ

4. จิตวิญญาณแห่งทะเล เคยส่งเข้ารอบ เลยต้องลบทิ้งตามหลักลิขสิทธิ์ ถ้าเอามาลงใหม่ สำนักพิมพ์เค้าจะว่ามั้ยเนี่ย เห็นบทความหน้าว่างๆแล้วมันรำคาญใจยังไงชอบกล 555+

5. บันทึกรัก...สาวช่างฝัน ปิดเรื่องไปแล้ว เพราะไม่มีไอเดียในเรื่องนี้อีกแล้ว ตอนนี้งดแต่งเรื่องที่เกี่ยวกับความรักค่ะ

6. ช่วงนี้ว่างมาก ก็เลยมีโครงการจะบันทึกเรื่องของนังมาเลศ (คุณชายแมวอันเป็นที่รักข้าพเจ้า) เก็บเอาไว้อ่านเล่นเป็นที่ระทึกค่ะ

 งานค้างคาจึงจบลงด้วยปรัการฉะนี้แหละค่ะ คิดว่าในโอกาสหน้าจะ(แอบ)มาโปรโมตบทความของตัวเองซะหน่อย อิอิ

 รูปนี้ไม่มีอะไร รื้อไฟล์รูปภาพเก่าๆ ดันไปเจอภาพบีจีลายเสื้อพอดี เลยเอามาแต่งเป็นเสื้องานบอลครั้งที่ผ่านมาซะเลย

ReSuMe' by Peter ขยับปีก

posted on 02 Mar 2009 21:31 by malessamm  in Peter-The-cockroach

ดอง blog มาก็นานพอควร น่าจะมีโอกาสได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการซักทีนะคะ งานนี้จะขอยกมาเป็นบทสัมภาษณ์ขนาดยาว แบบไร้สาระปนเรื่อยเปื่อย ที่คนอ่าน(ไม่น่าจะ)อยากอ่าน แต่คนเขียนกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเขียน (กร๊ากกก... สมัคร get out!!!) 

 

คำเตือน : กรุณาอย่าพยายามหาสาระอันน้อยนิดภายในบทสัมภาษณ์ฉบับนี้ เพราะมันไม่มีอยู่เลย 555555++

 

 

 

 

3… 2… 1… Action!!!

 

 

ปีเตอร์ : สวัสดีครับ!! วันนี้มาพบกับผม.. ปีเตอร์ ขยับปีก เจ้าเก่า และเจ้าเดิม ตัวจริง เสียงจริง พบได้แห่งเดียวในประเทศไทย  คือที่blogอันสุดจะประเทืองปัญญา ที่นี้ แห่งนี้เพียงที่เดียวเท่านั้นนะครับ

( ปีเตอร์ ส่งยิ้มหวาน พลางกระดิกหนวดทักทายอย่างกระตือรือร้น )

 

             เอาหล่ะครับ  โม้กันมาซะยืดยาว วันนี้นะครับ เรามีแขกรับเชิญพิเศษ ที่แปลกแหวกแนว และประหลาดไม่เหมือนใคร ถ้าหากใครชอบของแปลก นิยมของประหลาดสุดเพี้ยน รายการวันนี้ของเรา.. คุณไม่ควรพลาดนะครับ!!! Confirm!!! (ปีเตอร์ทำท่าฟันธงกลางอากาศ ผู้ชมสาวๆกรี๊ดกร๊าดตะลึงในความเท่ ) 

 

            เธอคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลหรอกนะครับ เธอก็เป็นคนใกล้ตัวเรานี่เอง เดินร่อนไปร่อนมา แถวๆนี้แหละครับ งบน้อยอย่างรายการเราคงไม่มีปัญญาไปจ้างดาราดังๆมาให้สัมภาษณ์หรอกครับ เราจึงถือโอกาสนี้ไปรอดักตีหัวเธอ แล้วลากเข้าห้องส่งมาเลยนี่แหละครับ  ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญทุกท่านพบกับปู่โสมดองblog เอ้ย! ไม่ใช่! เจ้าของ blog คร้าบบบ!!!!!! (ผู้ชมที่ถูกจ้างมาเพื่องานนี้ ปรบมือกันเกรียวกราว ดังกังวานทั่วห้องส่ง)

 

 

Maless_Amm(หน้าตามึนๆ ยกมือขึ้นคลำหัวที่โนขึ้นมาเป็นภูเขา ): เอ่อ... สะ... สวัสดีค่ะ คือ ดิฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ จำได้ว่าเมื่อกี๊กำลังจะเดินไปซื้อส้มตำหน้าปากซอย แล้วจู่ๆ ก็ตุ้บตั้บ ตุ้บตั้บ โป๊กๆ แล้วดิฉันก็มาโผล่ที่นี่เลยน่ะค่ะ

 

ปีเตอร์ : อ่า.. ( แอบเหงื่อตกเล็กน้อย แต่รีบทำเนียนกลบเกลื่อน ) ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกครับ คุณอาจจะละเมอไปเองก็ได้นะครับ ใครจะกล้าไปทำร้ายคุณล่ะครับ หน้าออกจะโหดซะขนาดนี้ 555+ ผมพูดเล่นนะครับ (ปีเตอร์รีบแก้ตัวละล่ำละลัก ในขณะที่หญิงสาวเริ่มทำหน้าตึงกับคำตามของปีเตอร์)     คือตอนนี้คุณกำลังอยู่ในรายการสัมภาษณ์สดกับผม... ปีเตอร์ ขยับปีกครับ  หวังว่าคุณคงเคยได้ยินชื่อผมนะครับ เพราะผมค่อนข้างจะมีชื่อเสียงมากเลยทีเดียว ^0^

 

  Maless_Amm( ทำหน้าเอ๋อ ) : เอ่อ... เหรอคะ???      0-o

 

 

ปีเตอร์ : =0=’..........ใช่ครับ ไม่มีใครหรอกครับที่ไม่รู้จักผม ใครๆเค้าก็รู้จักผมกันทั้งนั้นน่ะแหละ (ปีเตอร์เริ่มทำหน้าตึง เหมือนแมลงสาปโดนพ่นดีดีที)

 

 

 

 Maless_Amm (ยังคงเอ๋อ) : อืม... จริงหรอคะ??? ( ทำหน้าซื่อตาใส ) 

ปีเตอร์ -*- (หน้าตาพร้อมจะฆ่าคน) : ช่ายยยยครับ (เริ่มลากเสียงยาว) ผมเป็นพิธีกรชื่อดังครับ ( ปีเตอร์พูดพลางกัดฟันดังกรอด ) เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่านะครับ ผมยังไม่อยากก่อเหตุนองเลือดตอนนี้นะครับ เดี๋ยวรายการอันแสนจะสร้างสรรค์ของผมจะกลายเป็นรายการประเภท ฉ.ฉิ่ง( ย่อมาจาก เฉพาะคนซาดิสส์และโรคจิตเท่านั้นจึงจะทนดูได้ )ไปซะก่อน

เรามาเริ่มการสัมภาษณ์กันเลยดีกว่านะครับ เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรหรือครับ 

 

 

Maless_Amm : อุ้ย! ถามชื่อกันตรงๆอย่างนี้เลยหรอคะ เขินแย่เลย ฮิๆ   =^0^=

 

ปีเตอร์ : ครับ -*- โปรดอย่าเข้าใจผิดนะครับ คุณไม่ได้ดูน่าพิศวาสขนาดนั้นหรอกนะครับ ช่วยตอบด้วยเถอะครับ-*-

 

 

 Maless_Amm ( หน้าตึง ): เอ่อ...ค่ะ เรียกว่าแอมเฉยๆก็ได้นะคะะ หรือที่ทุกคนใน hi5 เรียกว่า Ammy_TGO เจ้าเก่านั่นเอง ถ้าในเว็ปเด็กดี ก็จะใช้นามปากกาที่ถึงจะไม่ดัง แต่ก็ยังรู้สึกชอบชื่อนี้เอามากๆ นามว่า MaLeSs_Amm  นั่นเองค่ะ 

 

ปีเตอร์ ( ทำสายตากรุ้มกริ่ม ): ไม่ทราบว่าคุณมีความสัมพันธ์อะไรลึกซึ้งกับชื่อนี้หรือครับ 

 

Maless_Amm : ฮิฮิฮิ (หัวเราะเสียงใสแบบเด็กสาว) ลึกซึ้งมากค่ะ เพราะ......มันเป็นชื่อแมวที่บ้านน่ะค่ะ

 

 

 

ปีเตอร์ : ......................   0-o (งงไปเลย)

 

 

 

Maless_Amm : แมวที่บ้านชื่อมาเลศค่ะ เป็นแมวสีสวาด( แมวโคราช) ตัวอ้วนกลมเป็นหมู บริเวณสันหลังจะยาวเป็นพิเศษ เนื่องจากวันๆ ไม่เคยทำอะไร นอกจากกิน นอน สู้รบ นอน ร้องขออาหาร นอน ออดอ้อน แล้วก็จบลงด้วยการนอนอีกครั้งค่ะ เห็นชื่อมันเท่ดี เป็นภาษาไทยสมัยโบราณค่ะ แต่เวลาสะกดเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ออกเสียงเหมือนเป็นคำภาษาอังกฤษเลย ก็เลยอยากจะเอาชื่อมันมาตั้งเป็นชื่อประจำตัวของเราค่ะ   ก็เงี้ยแหละค่ะ จึงเป็นที่มาของชื่อ M@LeSs_Amm ไงล่ะคะ

 

 

 

 

ปีเตอร์ : โอ้... ฟังดู( เหมือนจะ )น่าสนใจดีนะครับ  คุณรักแมวของคุณมากถึงขนาดที่จะต้องเอามันมาตั้งเป็นชื่อประจำตัวคุณเลยหรอครับ

 

 

 

Maless_Amm : อ๋อ ใช่เลยค่ะ! คือ เราโตมาด้วยกันน่ะค่ะ สนิทกันที่สุดแล้ว แล้วเราก็รักกันมากๆด้วย อีกไม่นานก็คงจะได้แต่งงานกันแล้วหล่ะค่ะ 555+

 

 

 

 

ปีเตอร์ : เอ่อ... เหรอครับ แหมวิตถารดี เอ้ย! ไม่ใช่! ดูน่ารักดีนะครับ แจกการ์ดเมื่อไหร่ อย่าลืมเชิญผมด้วยนะครับ ผมอยากจะไปกินโต๊ะจีนฟรี  555+ (พูดออกมาแบบไม่ต้องอายปากเลย น่านับถือๆ)   ^^

 

 

 

 

Maless_Amm : โอ้ย ดิฉันต้องเชิญคุณไปร่วมงานของเราแน่นอนเลยค่ะ มาเลศต้องชอบคุณมากแน่ๆ เพราะปกติแล้ว มาเลศชอบพาแมลงสาปที่น่ารักเข้าไปทัศนศึกษาในกระเพาะอาหารของมันเป็นประจำอยู่แล้วน่ะค่ะ คุณปีเตอร์ก็ควรจะได้รับเกียรติเช่นนั้นเหมือนกันน่ะค่ะ ฮิฮิฮิฮิฮิ

 

 

 

 

ปีเตอร์  : ( ปีเตอร์สะดุ้ง หน้าซีดจนเขียว ) เอ่อ... เอ่อ... ผมขอไม่รับเกียรติเช่นนั้นดีกว่านะครับ ผมเป็นคนขี้เกรงใจนะครับ งานนี้ก็รู้สึกซาบซึ้งกับความหวังดี ( ประสงค์ร้าย ) ของคุณมากๆเลยนะครับ แต่เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่า ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะไปทัศนศึกษากระเพาะอาหารของใครน่ะครับ แค่บินหลบดีดีทีเมื่อเช้า ก็เล่นเอาผมแทบจะเป็นลมแล้วหล่ะครับ แหะแหะ ^0^”

 

 

 

 Maless_Amm : ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณพร้อมเมื่อไหร่ก็ติดต่อดิฉันได้ทันทีเลยนะคะ เชื่อได้เลยค่ะว่ามาเลศต้องรักคุณแน่ๆ 

 

 

ปีเตอร์  : ครับ ผมก็เชื่ออย่างนั้นคร้าบ... เค้าต้องถูกชะตากับผมตั้งแต่แรกเจอแน่ๆเลยครับ ฮือๆๆ ( Maless_Amm ส่งยิ้มหวานให้ ในขณะที่ปีเตอร์เริ่มถามหายาดม จากเจ้าหน้าที่ในห้องส่ง )

 

 

 

 ปีเตอร์  : โอย... แค่ถามคำถามแรกก็เล่นเอาเหนื่อยเลยครับ ผมล่ะใจสั่นเลย รู้สึกระทึกใจกับคำตอบของคุณMaless_Amm มากๆครับ โอย...จะเป็นลม  ถ้าผู้ชมรายการเราต้องการจะติดต่อขอรับสิทธินั้นบ้าง  เขาจะสามารถพบคุณ Maless_Amm ได้ที่ไหนบ้างครับ (ผู้ชมในห้องส่งแอบสะดุ้ง มันโยนหินร้อนกันอย่างนี้เลยนะ >0< )Maless_Amm : สามารถพบได้ทั่วไปบนผืนแผ่นดินไทย ใต้ฟ้าสีครามปนเทาอันเต็มไปด้วยไปด้วยมลพิษของกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ค่ะ 

 

 

ปีเตอร์  : แหม พูดอย่างกับ บ้านคุณเป็น 7-eleven อย่างงั้นน่ะครับ จะได้หาเจอได้ง่ายๆ ทั่วไปซะขนาดนั้น

 

 

 

Maless_Amm : ^-^

 

 

 

 ปีเตอร์  : แล้วไม่ทราบว่าตอนนี้คุณ Maless_Amm ทำอะไรอยู่ครับ อ๊ะๆๆๆ กรุณาอย่าตอบว่ากำลังลืมตา กำลังหายใจ หรือกำลังให้สัมภาษณ์อยู่นะครับ มันแป้กมากเลยอ่ะครับ  ( ปีเตอร์ทำหน้าจริงใจ หนวดกระดิกไปมาขณะพยายามอธิบาย ) 

 

 

Maless_Amm : อิอิ กำลังนึกจะตอบอย่างนั้นอยู่พอดีเลยเชียว คุณปีเตอร์นี่ก็แสนรู้ เอ้ย! ฉลาดจริงๆเลยนะคะ ตอนนี้ดิฉันก็กำลังเรียนหนังสืออยู่ค่ะ ยังเด็กอยู่ค่ะ ต้องตั้งใจเรียนหนังสือค่ะ จะได้โตขึ้นไปเป็นอนาคตที่ดีของชาติ และเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ค่ะ (ฮู้เล่!! ผู้ชมในห้องส่งปรบมือ กรีดร้องให้กำลังใจ) 

 

 

ปีเตอร์  : โอ้โห เป็นคำตอบที่ดีมากเลยครับ เล่นเอาคนทั่วประเทศฟังแล้วน้ำตาซึมเลย (คุณพูดมีสาระก็เป็นด้วยหรอครับ    ปีเตอร์แอบกระซิบเบาๆ)

 

 

 

 

 Maless_Amm : นอกจากนี้ ดิฉันก็ยังทำธุรกิจส่วนตัวเล็กๆน้อยๆ หารายได้ให้ครอบครัวอยู่ด้วยน่ะค่ะ

ปีเตอร์  : โอ้ ยอดเยี่ยมมากครับ ถ้ารวยแล้วก็อย่าลืมแบ่งให้ผมบ้างนะครับ ผมนะจ๊น จน ถึงจะจนเงิน แต่ผมก็ไม่จนใจนะครับ เพราะผมมีปากเป็นเครื่องหากินครับ เหอะเหอะเหอะ   มามะ ต่อกันดีกว่า  แล้ว มิทราบว่า งานอดิเรกของคุณมีอะไรบ้างครับ

 

 

 

 

Maless_Amm : ก็เยอะอยู่นะคะ อ่านหนังสือ เล่นคอม เลี้ยงแมว เลี้ยงเต่า วาดรูปเล่น แต่งนิยาย เขียนบทความเรื่อยเปื่อยน่ะค่ะ แล้วก็ที่สำคัญที่จะขาดไม่ได้คือ มีอุดมการณ์ทางการเมืองค่ะ!!!!

 

 

 

 

 ปีเตอร์  : อืมมมมม ละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ ผมเชื่อครับว่าคุณมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แรง!มาก ดูได้จากการแสดงความคิดเห็นของคุณในเว็ปเด็กดี ก็คงจะเข้าใจได้นะครับ  (Maless_Amm พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง) อีกคำถามที่ถือว่าเป็นคำถามหลักประจำวันนี้เลยนะครับ คือไม่ทราบว่าคุณมีผลงานอะไรที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้บ้างครับ เพราะผมได้ข่าวมาว่าคุณกำลังดองงานเอาไว้มากมายเลยมิใช่เหรอครับ อิอิอิอิอิ 

 

 

Maless_Amm : อ่อ... แหม คุณปีเตอร์ก็.... พูดซะดิฉันเสียชื่อหมด (ปกติคุณก็ไม่มีชื่อเสียงอะไรอยู่แล้วนี่ครับ  ปีเตอร์พึมพำเบาๆ) ดิฉันไม่ได้ดองนะคะ ขอแถลงข่าวเอาไว้ตรงนี้เลย ดิฉันแค่หยุดพักการอัพเว็ปเพจ และblog ต่างๆเอาไว้เพื่อให้เวลาผู้อ่านได้หายใจหายคอกันไงคะ ถ้าดิฉันอัพบ่อยๆ ก็จะทำให้ผู้อ่านและแฟนคลับของดิฉัน ต้องคอยเปิดอ่านเป็นประจำ จนทำให้เสียเวลาทำมาหากิน เสียการเสียงานกันได้นะคะ และอาจจะทำให้สุขภาพตาของพวกเขาแย่ลงจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆก็ได้นะคะ นี่แหละค่ะ ทำให้ดิฉันรู้สึกเป็นห๊วง เป็นห่วงผู้อ่านของดิฉันมากๆเลยนะคะ ดิฉันไม่อยากทำให้พวกเค้าต้องลำบากเพราะดิฉันน่ะค่ะ ( ฟังดูดีมั้ยคะ)

 

 

 ปีเตอร์  : อืม... เป็นข้ออ้างและข้อแก้ตัวที่ดีมากเลยครับ ฟังดูดีกว่าความเป็นจริงดีนะครับ ว่าแต่..อย่างคุณนี่มีแฟนคลับด้วยเหรอครับ ผมเห็นคุณมีแต่แฟนขับ(ไล่)... 

 

 

Maless_Amm : ใช่เลยค่ะคุณปีเตอร์ ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์ชม ฟังดูจริงใจดีมากเลยค่ะ มาตอบคำถามของคุณกันดีกว่านะคะ คือผลงานที่ดิฉันเคยทำ และยังค้างคามาจนถึงปัจจุบันมีเยอะมากเลยค่ะ ทั้งแต่งกลอน แต่งนิยายมาก็หลายเรื่องแต่ไม่เคยจบเลยสักเรื่อง ( แหะแหะ ^^” ) เขียนเรื่องสั้นและสารคดีส่งประกวด ก็ได้แค่เข้ารอบแรกๆ พอรอบหลังๆก็ตกรอบไปเลยซะงั้น แต่งานที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำในตอนนี้ก็คงมี..... 

 

 

- บทความวิชาเฉพาะแพทย์ ที่เริ่มเขียนได้เพียงไม่กี่เดือนก็มียอดจำนวนคนอ่านหลายพันคน มีแฟนคลับจำนวนมากด้วย ( อันนี้แอบปลื้ม ) และได้ถูกตั้งเป็นบทความ Hilight ประจำเว็ปไซต์ไปเลย ความสำเร็จในครั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะเราเขียนบทความนี้ขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้รุ่นน้องที่กำลังจะแอดมิดชันได้รับประโยชน์จริงๆจากบทความของเรา โดยที่เราไม่หวังอะไรตอบแทนจากการทุ่มเทในครั้งนี้เลย จึงทำให้กระแสตอบรับดีเกินคาดขนาดนี้ 

 

 

- การ์ตูนร้ายสาระ เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่แต่งด้วยความรู้สึกที่(แอบ)เสียดสีสังคมและชีวิตของตัวเองเล็กๆน้อยๆ ก่อนหน้านี้ก็มักจะบันทึกประจำวันเป็นการ์ตูนอยู่แล้ว ไม่เคยเอาออกมาเผยแพร่ในสาธารณะมาก่อน งานนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจ ก็เลยเอามาเขียนใหม่ แต่งใหม่เพิ่มเติม และจะนำขึ้นเว็ปในเร็วๆนี้แหละค่ะซะเลย

 

 

 

 

- บทสัมภาษณ์ ปีเตอร์ ขยับปีก ที่จริงเรื่องนี้เคยเป็นไอเดียที่คิดเอาไว้ในหัวมานานแล้ว แต่ไม่เคยเอามาเขียนอย่างจริงๆจังๆเสียที ที่จริงมันก็เป็นบทความเล่าเรื่องธรรมดาๆนี่แหละ แต่เอามานำเสนอในรูปแบบของบทสัมภาษณ์ขนาดยาว ( ยาวจริงๆ...ขอย้ำ ) โดยมีพิธีกรผู้มากด้วยความสามารถ ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร...มิสเตอร์ ปีเตอร์ ขยับปีก ของเรานั่นเอง

 

 

 

  

ปีเตอร์  : อ๋อหรอครับ  อืมๆๆๆๆๆๆ ขอผมอ่านคำถามจากทางบ้าน ที่ส่ง sms นาทีละ 100 บาทมาถามก่อนนะครับ

 

 

 

Maless_Amm : ...........

 

 

 

 ปีเตอร์  : คำถามแรกนะครับ จากคุณเด็กแนวแอ๊บแบ๊ว เธอถามมาว่า (ดัดเสียงเป็นเสียงแหลมปี๊ดแสบแก้วหู ) โย่ววว ...หวัดเดคร่า คุนเพ่เปเตอร์ แระคุนเพ่maless amm หนูอยากจาถามว่า คุนมีโคงการ จาแต่งนิยายปามานว่า หวานแหวว อินเลิฟบ้างม้ายอ่าคร่ะ คือหนูชอบอ่านมากน่ะคร่ะ ช่วยตอบหนูโด้ยน้าคระ แต๊งหลายคร่า 

 

 

Maless_Amm : โอ้โห ภาษาวิบัติขั้นรุนแรงจริงๆ ดิฉันอ่านเองยังรู้สึกขนลุกเลย ยิ่งได้ฟังเสียงแด๊ะๆอย่างนี้จากปากคุณปีเตอร์ยิ่งฟังดูน่าขนลุกเข้าไปใหญ่เลยค่ะ!!

 

 

 

 ปีเตอร์  : ^-^* ผมจะถือว่ามันเป็นคำชมก็แล้วกันนะครับ  ช่วยกรุณาตอบด้วยครับ ( แยกเขี้ยวยิงฟันดำปี๋ ) 

 

 

Maless_Amm : ค่ะ ( หันหน้าไปมองกล้อง )  พี่มีไอเดียที่จะแต่งนิยายรักแนวนี้อยู่แล้วหล่ะค่ะ น้องเด็กแนวอดใจรอหน่อยนะคะ อีกไม่นานคงจะออกมาเป็นเค้าโครงเรื่องให้ได้อ่านกันอย่างแน่นอนค่ะ ถ้าพี่ไม่ขี้เกียจตัวเป็นขนซะก่อนนะคะ ( ยิ้มหวานให้กล้อง จนตากล้องหัวใจละลาย... )

 

 

 

 

ปีเตอร์  : อะแฮ่มๆ ( ปีเตอร์กระแอมเล็กน้อย ตากล้องได้สติ รีบหันกล้องมาทางปีเตอร์ ) มาถึงคำถามที่สองและเป็นคำถามสุดท้ายก่อนจะจบรายการในวันนี้นะครับ  มาจากท่านผู้หญิงท่านหนึ่งจากตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองงนี้เลยนะครับ ท่านชื่อว่า.....( ปีเตอร์สูดหายใจเข้าลึกๆหนึ่งเฮือก แล้วเริ่มต้นอ่าน )ท่านผู้หญิงอันตะระตะรายามะหาจันทรามะนาฬิเกมะเนฬิกา จินดามะหาปะฏิญญานิกร ปัจมะพรปะ.....

 

 

 

 

Maless_Amm : (ยกมือขึ้นห้าม ) พอ พอเถอะค่ะ อ่านคำถามเลยดีกว่า กว่าจะอ่านชื่อจบ คงถึงพรุ่งนี้เช้ากันพอดี ดิฉันคงได้นอนรอคุณอ่านอยู่ในห้องส่งนี่ถึงเช้าแน่เลย แต่ถ้าคุณยังดันทุรังจะอ่านต่อ ก็ตามใจคุณละกันนะคะ เสร็จแล้วก็ช่วยปลุกดิฉันด้วย ดิฉันจะนอนรอ..... >-<

 

 

 

 

 ปีเตอร์  : ( ปาดเหงื่อเล็กน้อย ) ผมก็เห็นด้วยกับคุณอย่างยิ่งครับ นานๆทีคุณจะพูดจามีสาระได้ตรงใจผมขนาดนี้ ผมคิดว่าเราควรจะเข้าสู่ส่วนคำถามกันเลยดีกว่านะครับ (รีบทำเนียน ก้มลงมองกระดาษคำถามในมือ)

 

                ท่านถามมาสั้นนิดเดียวนะครับ (แต่ชื่อโคตรยาวเลยอ่ะ) ว่า คุณ Maless_Amm หน้าตาดูเหมือนกับลูกสาวของท่านที่พลัดหลงกันไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ท่านจะอยากจะถามว่า คุณใช่ลูกสาวที่หายไปของท่านหรือเปล่า ท่านต้องการจะพาคุณกลับไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน และ.....

 

 

 Maless_Amm : ใช่ค่ะ!!! ( กระเด้งตัวขึ้นจากที่นั่ง ตาเป็นประกายวิบวับด้วยความละโมบ ) ดิฉันคือลูกสาวของท่านที่หายไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว!!! ( น้ำตาแห่งความปีติแบบนางเอกละครน้ำเน่า เริ่มรื้นขึ้นมาในดวงตา ) ท่านแม่ !ท่านพ่อ! ท่านกำลังตามหาตัวลูก ( เอามือชี้ที่อกเสื้อตัวเอง) เพื่อให้ลูกกลับไปรับมรดกร้อยล้านของท่านใช่มั้ยเพคะ!    คุณปีเตอร์! (หันขวับกลับไปที่ปีเตอร์) คุณอ่านต่อสิคะ ว่ามันเป็นอย่างนั้นใช่มั้ยคะ 

 

 

ปีเตอร์  : เอ่อ...ครับ ท่านต้องการให้คุณกลับบ้านไปพร้อมกับท่านน่ะครับ และท่านก็ได้สั่งให้บอดี้การ์ดมารับตัวคุณไปด้วย แต่.....

 

 

 

 

 Maless_Amm :  โอเคค่ะ! บอดี้การ์ด! ไหนคะบอดี้การ์ด! มาพาดิฉันไปได้เลยค่ะ ดิฉันพร้อมจะไปพบท่านพ่อท่านแม่แล้ว!!! (ผู้ชมในห้องส่งชะเง้อชะแง้มองหาบอดี้การ์ดที่จะมารับตัวเธอไป คลื่นความตื่นเต้นแผ่ซ่านไปทั่วห้องส่ง) 

บอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสนิท สวมแว่นตาดำ หน้าตาท่าทางเคร่งขรึมสองคน ปรากฏตัวขึ้นจากหลังเวที  เดินตรงเข้ามาจับข้อศอกทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้

 

 

 

 

Maless_Amm :  เอ้อ! บอดี้การ์ด มากันแล้วหรอ พาฉันไปหาท่านพ่อท่านแม่เร็วเข้า แต่ไม่ต้องจับแขนฉันแน่นขนาดนี้ก็ได้นะ เดี๋ยวผิวอันแสนจะบอบบางของฉันจะบอบช้ำไปซะก่อน

 

 

 

 

 บอดี้การ์ด 1 : ไม่ได้ครับ เราได้รับคำสั่งให้มาควบคุมตัวคุณกลับไป เมื่อคุณยอมรับว่าตัวคุณคือลูกสาวที่หายไปของท่านผู้หญิงจริงๆ 

 

 

Maless_Amm :  นายพูดหมายความว่ายังไงเนี่ย ฉันก็บอกแล้วไง ว่าฉันเป็นลูกสาวของท่านจริงๆ (พยายามทำตาใสซื่อบริสุทธิ์ ) แล้วทำไมพวกนายต้องทำรุนแรงกับฉันขนาดนี้ด้วยล่ะ! ปล่อยแขนฉันนะ! ฉันจะฟ้องท่านพ่อท่านแม่ให้ไล่พวกนายออก!!

 

 

 

 

 

บอดี้การ์ด 2 : ขออภัยจริงๆขอรับคุณหนู เราคาดว่าเดี๋ยวคุณหนูจะต้องพยายามดิ้นเพื่อหลบหนีการจับกุมของเราอย่างที่เคยทำมาทุกครั้งอีกแน่นอน เราจึงต้องมีมาตรการในการจับกุมตัวที่เข้มงวดขนาดนี้ไงขอรับ เราได้รับคำสั่งมาให้มาควบคุมตัวคุณหนูกลับไปรับโทษ รวมทั้งชดใช้ค่าเสียหายและหนี้พนันเจ็ดหมื่นสามพันล้านขอรับ

 

 

 

 

Maless_Amm :  ห๊า!!! ( หันขวับกลับไปที่ปีเตอร์ ซึ่งนั่งเฉย ทำไม่รู้ไม่ชี้ ) นี่! คุณปีเตอร์ ไหนคุณบอกว่า ท่านพ่อ กับท่านแม่จะมารับดิฉันไง

 

 

 

 ปีเตอร์  : ใช่ครับ ท่านก็ได้ส่งบอดี้การ์ดมารับคุณแล้ว..... (ปีเตอร์ยิ้มกริ่ม มีเลศนัย) Maless_Amm : แล้วไหน คุณบอกว่าดิฉันจะได้กลับไปรับมรดกร้อยล้านไง!!!  

 

 

ปีเตอร์  : อ๊ะๆๆๆๆๆ ขอประทานอภัยอย่างสูงนะครับคุณ Maless_Amm เอ๊ะ ไม่ใช่สิ คงต้องเรียกว่าคุณหนู

Maless_Amm สินะ  ผมยังไม่ได้พูดเลยสักคำ ว่าท่านผู้หญิงจะยกมรดกร้อยล้านให้กับคุณนะครับ (ปีเตอร์พูดหน้าระรื่น ในขณะที่ Maless_Amm เดือดเป็นไฟ)

 

 

 

 

 

Maless_Amm : อ้าว! ก็เมื่อกี๊คุณยังพูด...... กรี๊ด! อะไรกันเนี่ย แล้ว ไอ้บทลงโทษบ้าบอ กับเงินติงต๊องเยอะแยะมากมายที่ฉันต้องไปชดใช้นี่มันคืออะไรล่ะ!

 

 

 

 

 

ปีเตอร์  : ก็....(ปีเตอร์หยิบกระดาษแผ่นเดิมขึ้นมาอ่านเสียงดัง ) ท่านผู้หญิงท่านเขียนมาเล่าว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ลูกสาวของท่านซึ่งเป็นเด็กเสเพล ได้หนีเที่ยว ไปเล่นการพนันที่บ่อนคาสิโนในลาสเวกัส จนเป็นหนี้หัวโตถึงเจ็ดหมื่นสามพันล้านบาท จึงต้องหลบหนีหายตัวไป ตำรวจระหว่างประเทศได้ส่งหมายศาลมาถึงที่บ้านของท่านผู้หญิง เรียกร้องค่าเสียหายมากมาย นำความเสื่อมเสียมาถึงวงศ์ตระกูล และบลาๆๆๆ ท่านจึงแทบพลิกแผ่นดินตามหาตัวลูกสาวเพื่อกลับไปรับโทษและชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด และวันนี้.... (ปีเตอร์ชำเลืองมอง แสยะยิ้มสะใจ)  รู้สึกว่าท่านจะเจอตัวลูกสาวที่แท้จริงแล้ว......

 

 

 

 

 

Maless_Amm : อะไรกัน!!! ไม่จริง! ไม่ใช่ฉันนะ! ปีเตอร์ ทำไมคุณไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะ คุณตั้งใจจะแกล้งฉันใช่มั้ย

 

 

 

 

 ปีเตอร์ (หน้าระรื่น) : เอ๊ะ! คุณหนูคนสวยต้องไม่เอะอะโวยวายสิครับ ผมไม่ได้ปิดบังคุณเลยนะครับ พอผมกำลังจะพูด คุณก็ขัดคอผมซะทุกที แล้วคุณก็ยังออกมายอมรับเองนี่ครับ ว่าคุณคือลูกสาวที่พลัดพรากไป  

 

 

Maless_Amm : ( สะบัดแขนไปมา  พยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของบอดี้การ์ดหน้าเข้มทั้งสอง แต่ก็ไม่สำเร็จ ) ไม่! ไม่จริง! มันคงต้องมีอะไรบางอย่างผิดพลาดแน่ๆ  คงเป็นการเข้าใจผิดกันน่ะค่ะ คุณบอดี้การ์ดขา... ( หันไปทำเสียงอ่อนเสียงหวาน) คุณคงต้องเข้าใจอะไรผิดแน่เลยน่ะค่ะ คุณจับผิดคนแล้วนะคะ

 

 

 

 บอดี้การ์ด 1 : แต่ผมมั่นใจว่าผมจับตัวไม่ผิดคนนะครับ คุณหนูกลับไปรับโทษเถอะนะครับ ท่านแม่รออยู่ 

 

 

Maless_Amm : แต่ว่าฉัน.....

 

 

 

 ปีเตอร์  : ใช่ครับ! จับเลยครับ! พาออกไปเลยครับ! เชิญคุณหนูไปพบท่านผู้หญิงเลยดีกว่านะครับ เดี๋ยวท่านผู้หญิงจะคอยนาน ท่านคงคิดถึงลูกสาวใจจะขาดแล้ว ฮิฮิฮิฮิ (ปีเตอร์กระโดดลุกขึ้น สนับสนุนอย่างออกหน้าออกตา ผู้ชมเริ่มส่งเสียงเชียร์บอดี้การ์ด ) 

 

 

Maless_Amm : แต่ฉันไม่..... 

 

 

บอดี้การ์ด 1 : ไปเถอะครับคุณหนู ตอนนี้ท่านพ่อ ท่านแม่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังรอคุณหนูอยู่ที่บ้านนะขอรับ (บอดี้การ์ดทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากหญิงสาวออกไปทางประตูห้องส่ง)

 

 

 

 

 Maless_Amm : ไม่! ฉันไม่ไป! ฉันไม่ใช่ลูกสาวท่านผู้หญิงนะ! พวกคุณกำลังเข้าใจผิด! ฉันไม่ไป! ฉันไม่ไป๊!!!! ( หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียง จนกระทั่งถูกบอดี้การ์ดมาดเข้มทั้งสองลากตัวออกไป   ผู้ชมในห้องส่งดูขบขันมากกว่าเห็นใจ โดยเฉพาะปีเตอร์หัวเราะหน้าบานอย่างไม่เกรงใจใครเลยทีเดียว )

 

 

 ปีเตอร์  : โชคดีนะครับคุณหนู!!!! (ปีเตอร์ตะโกนเสียงสดใส พร้อมทั้งค้อมหัวอำลาให้หนึ่งที  ผู้ชมปรบมือแสดงความชอบใจ) 

 ( ปีเตอร์หันกลับมามองกล้อง เสียงหัวเราะเฮฮาในห้องส่งสงบลง ทุกคนนั่งนิ่งเตรียมพร้อมปิดรายการ)

 

 

 

 ปีเตอร์ : เป็นอย่างไรบ้างครับท่านผู้ชม รายการของเราในวันนี้ดุเด็ดเผ็ดมันส์อย่างที่ผมเกริ่นนำเอาไว้มั้ยครับ ผมหวังว่าทุกท่านจะชอบรายการของเราในวันนี้ เหมือนอย่างที่ผม และผู้ชมทุกท่านในห้องส่งรู้สึกชื่นชอบกันนะครับ ^0^ (ผู้ชมในห้องส่งหัวเราะกันคิกคัก)

 

                หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการแสดงความคิดเห็นติชมมาทางรายการ สามารถติดต่อมาได้ทันทีเลยครับ ถ้าเป็นเรื่องติติง วิพากษ์วิจารณ์ จิกด่า จิกตบอย่างรุนแรง เสียๆหายๆ ทางรายการขอยกประโยชน์ให้จำเลย โดยท่านสามารถติดต่อไปต่อว่ากับทางคุณ Maless_Amm ได้โดยตรงเลยนะครับ แต่คงต้องเลือกเวลาที่จะใช้ติดต่อให้ดีๆด้วยนะครับ เพราะรู้สึกว่าในคุกจะมีเวลาให้เยี่ยมญาติได้แค่แป๊ปเดียวเท่านั้นแหละครับ 555+  แต่ถ้าท่านต้องการชื่นชม ยกยอปอปั้น และเลียแข้งเลียขารายการของเรา  ทางเรายินดีให้ท่านติดต่อกับตัวผมได้โดยตรงเลยนะครับ ตามถังขยะที่สกปรกที่สุดแถวบ้านคุณ  หรืออาจจะติดต่อผ่านทางทีมงานของผมที่กระจายตัวไปประจำอยู่ตามท่อระบายน้ำ ถังขยะหน้าบ้าน ในห้องครัว และในห้องนอนของพวกท่านนะครับ ไม่ต้องเกรงใจครับ ผมและทีมงานทั้งหลายของผมได้อาศัยซุกซ่อนตัวอยู่ใกล้ท่าน ไม่ห่างไปไหนหรอกครับ เรียกได้ว่าเป็นเพื่อที่รู้ใจใกล้ๆตัวคุณก็ได้นะครับ ดังนั้นในค่ำคืนอันแสนพิสดารนี้ ขอให้ทุกหลับฝันดี และราตรีสวัสดิ์ครับ!

 

 

 

(ผู้ชมในห้องส่งปรบมือกันเกรียวกราว ในขณะที่ปีเตอร์กางปีกสีดำน้ำตาลขนาดใหญ่ออก และโผบินออกทางงหน้าต่าง สู่แสงจันทร์ยามค่ำคืน เพื่อกลับไปพักผ่อนยังที่นอนอันอบอุ่น.....ภายในถังขยะ )

 

  

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับบท interview ของ ปีเตอร์ ขยับปีก ตอนแรก

 

มีข้อติชมอย่างไรก็รบกวนช่วยกันcomment ด้วยนะคะ จะได้นำไปปรับปรุงในคราวหน้า และถ้ามีข้อเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมสามารถติชมได้ทันทีเลยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านค่ะ

 

ขอฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกท่านด้วยนะคะ อาจจะยาวไปนิด แต่ก็ตั้งใจเขียนมาจากใจค่ะ....^-^

VaLeNtiNe Day--Lonely day together

posted on 13 Feb 2009 19:42 by malessamm  in Ammy-Diary

 ฉันซื้อกุหลาบให้ตัวเอง......

       ฉันซื้อกุหลาบให้ตัวเอง......

ต้องทนเดียวดายวังเวงอย่างนี้........

       จะส่งความรักไปให้ใคร เมื่อคนคนนั้น ไม่เคยมี.....

บอกรักตัวเอง(ทุกปี) อีกที....นะเรา.....

---------------------------------------------------------------------------------

Valentine ทีไร ทำไมมันก็เหมือนๆเดิมทุกที

ไม่มีไรหรอก เราก็บ่นไร้สาระไปงั้นแหละ

 แค่อยากรู้ว่า..... เมื่อไหร่ จะมีอะไรพิเศษในวันวาเลนไทน์บ้างนะ.....

 

 

เมื่อวานนี้ มีสอบแลปเคมี ซึ่งเป็นวิชาที่เป็นคู่ปรับกับเรามานาน

 คะแนนสอบย่อยครั้งที่ผ่านๆมา ก็ดีซะเหลือเกิน ไม่เกือบตก ก็เกือบผ่านมีน ( มันก็มีแค่สองอย่างนี้นี่หน่า)

หลังจากที่เราต้องกล้ำกลืนฝืนทนเรียนวิชานี้มาอย่างยาวนานประมาณหนึ่งเทอมเต็ม

 

ในที่สุด......

 

ในที่สุด............

 

ในที่สุด....................

 

ก็ถึงวันสอบซะที!!!!!!!!  (มันน่าดีใจตรงไหนเนี่ย)

ที่ต้อง(ทำเป็น)ตื่นเต้นขนาดนี้ก็เพราะว่า สอบครั้งนี้เป็นการสอบครั้งสุดท้าย พอสอบจบ

ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับแลปเคมีก็จะขาดกันอย่างไร้เยื่อใยทันที 5555+ สะจายยยย

 

เมื่อวานเราก็เข้าสอบด้วยอาการดี๊ด๊าสุดๆ ที่หลังจากนี้ไป ไม่ต้องเจอกับแลปเคมีอีกแล้ว การสอบในวันนี้ก็ฟังดูง๊ายง่าย แค่หาแอนไอออน และแคทไอออน อย่างละ 2 ตัว แค่เนี๊ยะ!!! สบายมาก!!!

 แต่.....ทุกสิ่ง ล้วนเป็นไปได้.......

หลังจากต้มสารจนเหงื่อตก เขย่าสารจนมือหงิก หยดกรดจนเมื่อยมือ และดมสารระเหยจนแสบจมูก เราก็ยังไม่ค้นพบสารอะไรซักตัว แถมเวลาก็เดินเร็วซะจริงๆ นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!!

 

นอกจากนั้น สารตัวอย่างที่ให้มาทดสอบหาแอนไอออนและแคทไอออน ก็ดันจับตัวแข็งเป็นก้อนซะนี่ ลำบากเราต้องมานั่งเอาแท่งแก้วเข้าไปขุดสารตัวอย่างออกมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเรามือหนักไปนี้ดดดดนึง หรือแท่งแก้วมันเปราะบางเกินไปก็ไม่รู้ (ดูๆแล้วน่าจะเป็นเพราะคนบางคนแถวๆนี้ มือหนักมากกว่านะเนี่ย อิอิ)

 

แท่งแก้วที่น่ารักหักเป๊าะคามือ เลือดกระฉูด!!!!

ตอนแรกที่รู้ตัวว่าโดนแก้วบาด ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยซักอย่าง มัวแต่นึกกังวลว่าทำอุปกรณ์ในห้องแลปเสียหายอีกแล้ว ( ก่อนหน้านี้ก็เคยเซนทริฟิวส์จนหลอดทดลองแตกไปทีนึงแล้ว.... มันไม่ใช่ความผิดของหนูนะคะ!!!) ถ้าเดินไปบอกอาจารย์รอบนี้อีก มีหวัง โดนเฉ่งจนหูชาแน่

แก้วบาดนิ้ว แผลเล็กนิดเดียว ดูก็ไม่ลึกมาก แต่เลือดออกมาเยอะเชียว ปรากฎว่ามีเศษแก้วฝังๆอยู่ในแผลนิดหน่อย

 --------------------------เด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรถ์ และบุคคลผู้มีจิตใจอ่อนโยน อ่อนไหวและสามารถสะเทือนใจกับเรื่องต่างๆได้ง่ายๆ กรุณาอย่าอ่านต่อ-------------------------------------

 

เราก็เริ่มทำการเปิดปากแผล ด้วยกรรมวิธีแบบที่ท่านคุณพ่อเคยสั่งสอนมา คือดึงเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดออกก่อน (ไม่อยากบอกเลยว่า ตอนดึงออกแทบกรี๊ด!)

แล้วค่อยๆบีบไล่เศษแก้วออกมา บีบไล่เลือดที่อาจจะมีเศษแก้วปะปนอยู่ออกมาด้วย เช็ดแผลให้เรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

การทดสอบสาร เป็นไปด้วยความยากลำบากมากขึ้นเยอะ จับปากกาก็จับไม่ถนัด ถือหลอดหยดมือยังสั่นเลย เซ็งจริง.....

 

ในที่สุดก็หมดชม. สรุปคือ เราเจอไออนสองชนิด นอกนั้น มันสูญสลาย อันตรธานไปกับอากาศหรือยังไงก็ไม่รู้เลยหาไม่เจอซะงั้น เราจึงต้องนั่งทางใน ใช้จิตคิดคำตอบมั่วๆ(ผสมหลักการนิดๆ) ออกมาอีกสองคำตอบ แล้วก็ส่งอาจารย์ไป... ฮือๆๆๆๆ คะแนนชั้นนนนนนน

 

 แต่ก็....

 

เฮ้อ.... สอบเสร็จซะทีนะเรา

 ปล.เขียนออกมาอาจจะไม่สละสลวย เพราะเขียนสด และยังไม่ได้อ่านทวนใดๆทั้งสิ้น ภาษาที่ใช้อาจจะไม่สละสลวยโดนใจ แต่ขอแค่กินใจเธอบ้างก็พอ......ก๊ากกกกกกก ( ใกล้บ้าละเรา)